ข่าวประชาสัมพันธ์ WHB

     ณ ห้องคามิเลีย บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ถนนราชดำริ ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. หลักสูตร Wellness & Healthcare Business Opportunity Program for Executives : Wellness and Longevity Ventures (WHB) รุ่น 6 ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑารพ เพชรบูระณิน ผู้อำนวยการสถาบันฟีโนมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บรรยายผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) ในหัวข้อ “Phenome : The Next Horizon of Healthcare” ท่านได้กล่าวว่าข้อมูลทางพันธุกรรม (Genome) มีลักษณะคงที่และสามารถอธิบายความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังได้น้อยกว่า 10% ในขณะที่ฟีโนม (Phenome) ซึ่งเป็นผลรวมของการแสดงออกทางชีวภาพที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนกับปัจจัยสิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ และจุลินทรีย์ในร่างกาย (Microbiome) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางสุขภาพมากกว่า 90% ดังนั้น การตรวจวัดฟีโนมจึงเป็นการวัดสถานะสุขภาพที่เป็นปัจจุบันและเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ต่างจากการตรวจทางพันธุกรรมที่บอกเพียงแนวโน้มความเสี่ยง

    การแพทย์ยุคใหม่ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากชีววิทยาแบบลดทอน (Reductionism) ที่มองสมการ “หนึ่งยีนเท่ากับหนึ่งโรค” ไปสู่ “ชีววิทยาระบบเครือข่าย” (Network Biology) ที่มองโรคเป็นความผิดปกติของระบบองค์รวม โดยอาศัยการบูรณาการข้อมูลหลายระดับ (Multi-Omics) ตั้งแต่ จีโนมิกส์ (Genomics), ทรานสคริปโตมิกส์ (Transcriptomics), โปรตีโอมิกส์ (Proteomics) มาจนถึงเมตาโบโลมิกส์ (Metabolomics) ซึ่งเป็นการศึกษาสารโมเลกุลขนาดเล็กที่ถือว่าเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการทางชีวภาพที่สะท้อนลักษณะปรากฏ (Phenotype) ของผู้ป่วยได้ชัดเจนที่สุด

    เทคโนโลยีฟีโนมิกส์ได้นำไปสู่การค้นพบทางการแพทย์ที่สำคัญ เช่น

  • โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma): การศึกษาพบว่าก้อนมะเร็งมีจุลินทรีย์เฉพาะถิ่น (Intratumoral Microbiome) อาศัยอยู่ ซึ่งส่งผลต่อการตอบสนองต่อยาเคมีบำบัด การวิเคราะห์รูปแบบเมตาบอลิซึม (Metabolic Phenotyping) จึงสามารถช่วยทำนายความไวต่อยา (Drug Sensitivity) เช่น ยา Gemcitabine ได้อย่างแม่นยำ จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการลองผิดลองถูกในการรักษา
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: การตรวจพบสาร TMAO (Trimethylamine-N-oxide) ซึ่งเป็นสารเมตาโบไลต์ที่เกิดจากจุลินทรีย์ในลำไส้ สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงโรคหัวใจและการเสียชีวิตได้แม่นยำกว่าการตรวจไขมันทั่วไป รวมถึงสามารถตรวจจับความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจในระยะก่อนแสดงอาการ (Subclinical)

    นอกเหนือจากการแพทย์ ฟีโนมิกส์ยังถูกนำมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ (Bio-based products) เช่น (1) ไก่พื้นเมืองไทย: การวิเคราะห์พบสาร Anserine และ Carnosine ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดความเหนื่อยล้า สามารถพัฒนาเป็นอาหารฟังก์ชันสำหรับนักกีฬาและผู้สูงอายุ (2) ถั่วเน่า (Tuanao): การใช้เทคโนโลยีเมตาโบโลมิกส์วิเคราะห์กระบวนการหมักถั่วเหลือง เพื่อยกระดับจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่อาหารเสริมเกรดการแพทย์ (Clinical Grade) ที่มีมาตรฐานสารอาหารคงที่ (3) การควบคุมคุณภาพ: การใช้เทคนิค NMR เพื่อตรวจสอบคุณภาพและจัดเกรดผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ รวมถึงตรวจจับสิ่งปนเปื้อนได้อย่างแม่นยำ

DSCF0122

               เวลา 15.30 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ได้รับเกียรติจาก Dr. Lilly-Marie Blecher, Naturopathic Doctor and Doctor of Oriental Medicine, SOMA Health Co., Ltd. มาบรรยายในหัวข้อ “Cutting Edge Technologies for Longevity Modalities” ท่านได้กล่าวถึงกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายมักถูกขัดขวางโดยสารพิษ โลหะหนัก การติดเชื้อเรื้อรัง และความผิดปกติของไมโทคอนเดรีย การรักษาจึงต้องเริ่มจากการขจัดปัจจัยเหล่านี้ พร้อมกับการเติมเต็มสารอาหารที่จำเป็น เช่น กรดอะมิโน กรดไขมันจำเป็น และวิตามิน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการชีวเคมี นอกจากนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารระหว่างเซลล์ (Cellular Communication) และการจัดการการอักเสบ (Inflammation) โดยเปลี่ยนจากการอักเสบเรื้อรังที่ทำลายเนื้อเยื่อ ให้กลายเป็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ช่วยซ่อมแซมร่างกาย

               Soma Health ใช้เทคโนโลยีการวินิจฉัยเพื่อระบุความผิดปกติเฉพาะบุคคล ได้แก่ การตรวจยีน (SNP Testing) เพื่อดูความเสี่ยงทางพันธุกรรม, การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้ (GI Test), และการวิเคราะห์กรดอินทรีย์ในปัสสาวะ (Urine Organic) เพื่อประเมินระบบเมตาบอลิซึม ควบคู่ไปกับเครื่องมือบำบัดทางกายภาพ เช่น อุโมงค์ออกซิเจนแรงดันสูง (HBOT) เพื่อเพิ่มออกซิเจนในเนื้อเยื่อ, การบำบัดด้วยแสงสีแดง (Red Light Therapy) เพื่อกระตุ้นพลังงานเซลล์ และการบำบัดด้วยความเย็น (Ice Bath Therapy) เพื่อลดการอักเสบและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

               หัวใจสำคัญของการบรรยายคือบทบาทของ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ซึ่งมีคุณสมบัติหลัก 3 ประการ คือ (1) ต้านการอักเสบ (Anti-Inflammatory) (2) ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน (Immunomodulatory) และ (3) กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ (Regenerative) MSCs ที่สกัดจากไขกระดูก (Bone Marrow Derived MSCs) มีความปลอดภัยสูงสุดเมื่อเทียบกับแหล่งอื่น โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

               การใช้ MSCs ร่วมกับการปรับไลฟ์สไตล์แสดงผลลัพธ์ที่ชัดเจนในหลายกลุ่มโรค เช่น การลดระดับความปวดในผู้ป่วยข้อสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis), การฟื้นฟูการทำงานของไตและการมองเห็นในผู้ป่วยเบาหวาน, การลดไขมันช่องท้องและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ, รวมถึงการประยุกต์ใช้ในด้านความงาม เช่น การรักษาผมร่วงและการฟื้นฟูผิวหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ

DSCF0327

      เวลา 16.30 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ได้รับเกียรติจาก คุณเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มาบรรยายในหัวข้อ “Navigating Thailand as a Global Wellness Destination” ท่านได้กล่าวว่าท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านสุขภาพทั่วโลกภายหลังวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจเวลเนส (Wellness Economy) ได้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญที่มีมูลค่าสูงถึง 5.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตแตะระดับ 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2027 ประเทศไทยซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 15 ของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับประเทศสู่การเป็น “Global Wellness Destination” โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงศักยภาพของแต่ละภูมิภาคผ่านโครงการระเบียงเศรษฐกิจเวลเนส(Wellness Economic Corridor – WEC) เพื่อกระจายความเจริญและดึงศักยภาพท้องถิ่น รัฐบาลได้กำหนดพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่

  1. Andaman Wellness Corridor (AWC): ครอบคลุมพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ พังงา มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับหรูและการฟื้นฟูสุขภาพทางทะเล
  2. Thailand Wellness Economic Corridor (TWC): ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มุ่งเน้นการแพทย์แม่นยำและศูนย์กลางการรักษาพยาบาล
  3. Isan Wellness Corridor (IWC): หรือ ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นจุดเน้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร

    ยุทธศาสตร์สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมุ่งเน้นการสร้างอัตลักษณ์ “Isan Wellness” โดยเชื่อมโยงเส้นทางนาคาราธานี (หนองคาย-อุดรธานี-ขอนแก่น-นครราชสีมา) ซึ่งบูรณาการจุดเด่น 4 ด้าน ได้แก่ (1) สมุนไพรและอาหารเป็นยา: การยกระดับสมุนไพรท้องถิ่นสู่อุตสาหกรรมสุขภาพ และการส่งเสริมอาหารสุขภาพ (Gastronomy) (2) การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Faith & Mutelu): การใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและความเชื่อ (มูเตลู) มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกับเส้นทางพญานาคและแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ (3) การนวดและสปาไทย: การยกระดับมาตรฐานนวดไทยและสปาอีสานสู่มาตรฐานสากล

    โดยจังหวัดขอนแก่นถูกวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ของภูมิภาคอีสานและกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (CLMV) ภายใต้แนวคิด “Khon Kaen Wellness City” โดยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ขั้นสูง เช่น ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯ และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งรองรับการรักษาโรคซับซ้อนและการปลูกถ่ายอวัยวะ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพและรองรับสังคมผู้สูงอายุ

DSCF0405

              เวลา 17.30 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ได้รับเกียรติจาก คุณวิดา เตรียมรักตกุล TikTok Account Management Lead และคุณเกวลิน ลาภกิจถาวร Account Manager จาก Tiktok (Thailand) Co., Ltd. มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Digital Trends & TikTok Strategy for Wellness and Longevity Businesses” ท่านได้กล่าวว่าจากรายงานล่าสุดเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์ม TikTok ในประเทศไทย พบว่าอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม (Beauty and Wellness) มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดการรับชมวิดีโอสูงถึง 1.13 หมื่นล้านครั้ง และมีอัตราการเติบโตของเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า TikTok ได้กลายเป็นศูนย์กลางของเทรนด์ด้านความงามและสุขภาพที่ทรงอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคชาวไทย

               กลุ่มผู้ใช้งานหลักที่สนใจบริการด้านความงามและสุขภาพบน TikTok แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่:

  • กลุ่มวัยรุ่น (Teenagers): สนใจบริการด้านความงามระดับพื้นฐาน การดูแลผิว (Skincare) และการแต่งหน้า
  • กลุ่มวัยทำงาน (Working Class): เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ให้ความสำคัญกับการดูแลภาพลักษณ์และสุขภาพแบบองค์รวม โดยแฮชแท็กที่ได้รับความนิยมคือ #ลดริ้วรอย และ #เธรดดูแลตัวเอง
  • กลุ่มผู้สูงวัย (Aging Society): เป็นกลุ่มที่มีความตื่นตัวในการรักษาความอ่อนเยาว์และชะลอวัย (Prolong youth) มีการรับชมเนื้อหาเกี่ยวกับ #ลดฝ้ากระจุดด่างดำ และ #ผมร่วง สูงมาก

               ผู้บริโภคบน TikTok ให้ความสำคัญกับความจริงใจ (Authenticity) และความน่าเชื่อถือ (Trustworthy) โดยมักตัดสินใจผ่านการรีวิวจากผู้ใช้จริง (Real Users) และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ (Professional Expert) ซึ่งปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคมักตั้งคำถามก่อนรับบริการ (5P) ประกอบด้วย ราคา (Price), ผลิตภัณฑ์ (Product), สถานที่บริการ (Place), ระยะเวลาเห็นผล (Period) และความเจ็บปวดจากการรับบริการ (Pain)

               ประเทศไทยถือเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดว่ามูลค่าจะสูงถึง 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2026 ซึ่งหมวดหมู่ Beauty & Personal Care มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับสอง (22%) รองจากอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับโอกาสสำคัญในการสร้างยอดขายคือช่วงเทศกาลสงกรานต์ และ Double Digits Mega Sales โดยผู้ใช้งานกว่า 87% ตั้งใจใช้ TikTok เพื่อเชื่อมต่อกับแบรนด์ในช่วงเทศกาล และ 60% ของผู้ใช้มีการวางแผนซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) เพื่อเตรียมตัวในช่วงฤดูร้อน

               TikTok ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มเพื่อความบันเทิง แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับธุรกิจ Wellness ในการสร้างความน่าเชื่อถือ และขับเคลื่อนยอดขายผ่านคอนเทนต์ที่จริงใจและการยิงโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย

       เวลา 18.30 น. มีการประชุม Leader of The Group and The Batch through Common Goals from Many Voices” ครั้งที่ 1 นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง ผู้อำนวยการหลักสูตรฯ กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของกลุ่มผู้เรียน หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6, บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการรุ่นของผู้เรียน หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 และกำหนดการกิจกรรมของคณะผู้เรียนหลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ได้แก่ (1) Thank you WHB 5 (2) Uniting WHB 1-6 & Exclusive Dinner Talk 2026 (3) กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) (4) Prom Night (5) Welcome WHB 7 โดยมีหม่อมหลวงธนะวิสุทธิ์ วิสุทธิ เป็นประธานรุ่น และประธานกลุ่ม Fe, เทคนิคการแพทย์หญิงธัญญลักษณ์ จงประสพโชคชัย เป็นประธานรุ่นร่วม คนที่ 1 และประธานกลุ่ม Cr, คุณชัชชญา ทิพโกมุท เป็นเหรัญญิกรุ่น และเหรัญญิกกลุ่ม Ca, คุณเจริญ อิงคสารมณี เป็นเหรัญญิกรุ่นร่วม คนที่ 1 และเหรัญญิกกลุ่ม Fe, คุณปราชญ์ วงศ์วรรณ เป็นเลขานุการรุ่น และผู้ประสานใจกลุ่ม Ca และคุณชนสิทธิ์ มงคลลาภกิจ เป็นเลขานุการรุ่นร่วม คนที่ 1 และผู้ประสานใจกลุ่ม Se ได้มีการหารือเรื่องการเปิดบัญชีธนาคารของรุ่น และการเก็บเงินของรุ่น คนละ 12,000 บาท เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมต่างๆ ของหลักสูตรฯ ทั้งนี้ คณะกรรมการรุ่นของผู้เรียน หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 จะมีวาระ 2 ปี คือ ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 12 กุมภาพันธ์ 2571