ข่าวประชาสัมพันธ์ WHB

         ณ ห้องคามิเลีย บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ถนนราชดำริ ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. หลักสูตร Wellness & Healthcare Business Opportunity Program for Executives : Wellness and Longevity Ventures (WHB) รุ่น 6 ได้รับเกียรติจาก คุณพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มาบรรยายหัวข้อ “Capacity Building for Entrepreneurs in Wellness and Spa Industry” ท่านได้กล่าวว่าจากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 ในขณะที่ตลาดเวลเนสโลกมีการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกจะพุ่งสูงถึง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ซึ่งถือว่าโตเร็วกว่า GDP โลกเกือบ 2 เท่า สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากปี 2566 ระบุว่าไทยมีมูลค่าตลาดเวลเนสสูงถึง 40,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และครองอันดับ 1 ของโลกในด้านอัตราการเติบโต (ช่วงปี 2565-2566) มีมูลค่าการตลาดด้านเวลเนสที่ร้อยละ 28.4 นอกจากนี้ ประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในไทยมีค่าใช้จ่ายสูงเฉลี่ยถึง 60,000 บาทต่อคน

         ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งที่มี “Soft Power” สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ (1) จิตวิญญาณการบริการ (Service Mind), (2) ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom), (3) ทักษะทางฝีมือ (Skill) และ (4) จุดหมายปลายทางระดับโลก (Destination Appeal) อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญหลายประการ เช่น (1) วิกฤตแรงงาน: การขาดแคลนพนักงานนวดทักษะสูงและบุคลากรที่มีทักษะภาษาและเทคโนโลยี, (2) ระบบบริหารจัดการ: การขาดระบบบัญชีและระบบหลังบ้านที่ได้มาตรฐาน, (3) ต้นทุนและมาตรฐาน: ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเงื่อนไขด้านความยั่งยืน (ESG) และ (4) การแข่งขัน: คู่แข่งใหม่อย่างอินโดนีเซีย (บาหลี) และเวียดนาม ที่มีต้นทุนต่ำกว่า

        เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้ทันท่วงที กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้กำหนดแนวทาง 3 เรื่อง เพื่อการยกระดับธุรกิจ ได้แก่ (1) การบริหารมืออาชีพ: เปลี่ยนจากการบริหารระบบครอบครัว (เถ้าแก่) สู่รูปแบบนิติบุคคล จัดทำบัญชีชุดเดียวเพื่อความโปร่งใส และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน, (2) การปรับตัวสู่ระบบดิจิทัล: การนำระบบ CRM มาใช้บริหารจัดการข้อมูลลูกค้า ใช้แพลตฟอร์มจองออนไลน์ และการรองรับการชำระเงินดิจิทัล (E-payment) และ (3) การสร้างแบรนด์และความยั่งยืน: เปลี่ยนการขายจากการบริการ ไปเป็นการขายประสบการณ์ การสร้างมูลค่าจากอัตลักษณ์ไทยและสมุนไพร เน้นการสร้างคุณค่ามากกว่าเพียงการสร้างกำไร นอกจากนี้ ยังเน้นการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยเปลี่ยนมุมมองจากคู่แข่งเป็นคู่ค้าในระบบนิเวศ เพื่อส่งต่อฐานลูกค้าและสร้างแพ็กเกจบริการร่วมกัน

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพที่เป็นสากล โดยภาครัฐพร้อมสนับสนุนใน 3 ระยะ คือ การบ่มเพาะองค์ความรู้, การยกระดับการบริหารจัดการให้เป็นมืออาชีพ และการขยายโอกาสทางการตลาด ทั้งในและต่างประเทศ

LINE_ALBUM_WHB รุ่นที่ 6 วันที่ 27 ก.พ.2569_260316_7
LINE_ALBUM_WHB รุ่นที่ 6 วันที่ 27 ก.พ.2569_260316_3

           เวลา 15.30 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ได้รับเกียรติจาก คุณฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ธัญ-ออริซ่า จำกัด (THANN) มาบรรยายหัวข้อ “Premium Wellness Spa Products and Services” ท่านได้กล่าวว่าในยุคที่อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม (Wellness) มีการแข่งขันสูง การสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากลไม่ใช่เรื่องง่าย THANN เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสปาชั้นนำของไทย โดยใช้แนวคิด “8 Principles for a Sustainable International Brand” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ขยายอาณาจักรครอบคลุมกว่า 18 ประเทศทั่วโลก THANN มองว่า “Wellness” ไม่ใช่เพียงการปราศจากโรคภัย แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดชีวิตในการตัดสินใจเพื่อสร้างสมดุลและความหมายให้แก่ตนเอง โดยมุ่งเน้นความสมบูรณ์ใน 6 มิติ ได้แก่ (1) ร่างกาย (Physical), (2) อารมณ์ (Emotional), (3) จิตใจ (Spiritual), (4) สังคม (Social), (5) สิ่งแวดล้อม (Environment) และ (6) ความรอบรู้ (Intellectual)
8 หลักการสู่ธุรกิจ Wellness ที่ยั่งยืนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นแบรนด์ระดับสากล THANN ได้วางโครงสร้างการดำเนินงานไว้ 8 ประการ ดังนี้
         1. การวางตำแหน่งแบรนด์และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Unique Brand Positioning & Innovation): ชูจุดเด่นการเป็นแบรนด์เครื่องสำอางธรรมชาติระดับพรีเมียม ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับคุณสมบัติทางผิวหนังและ อโรมาเทอราพี เช่น เทคโนโลยี EMULTECH ที่ช่วยให้เนื้อออยล์ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
        2. การบริหารเครือข่ายการจัดจำหน่าย (Distribution Network Management): ความสามารถในการจัดการภาพลักษณ์ ยอดขาย และกำไรผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งร้านค้าปลีก สปา และที่พักอาศัย
       3. มาตรฐานการบริการระดับโลก (Global Service): การดูแลคู่ค้าและผู้บริโภคในต่างประเทศให้ได้รับมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
       4. ความสม่ำเสมอควบคู่การพัฒนา (Evolution & Consistency): รักษาภาพลักษณ์แบรนด์ให้มั่นคงแต่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาการตลาด เช่น การเลือกใช้ Influencer ที่มีอิทธิพล เพื่อสร้างการรับรู้
      5. ระบบการผลิตและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ (Efficient Production & Logistics): เพื่อรองรับความต้องการจากทั่วโลก
      6. การพัฒนาบุคลากร (Competent Personnel): ให้ความสำคัญกับการรับสมัครและฝึกอบรมทีมงานทั้งในด้านการจัดการค้าปลีก การบริหารสปา และบุคลิกภาพ
      7. ความมั่นคงทางการเงิน (Financial Strength): เน้นการขยายธุรกิจด้วยเงินสดและปลอดหนี้ เพื่อความคล่องตัวในการเติบโต
      8. การรักษาชื่อเสียงและความไว้วางใจ (Reputation & Trust): ยึดถือความซื่อสัตย์ต่อสังคมและการันตีคุณภาพด้วยมาตรฐานระดับโลก เช่น USDA Organic และการทดสอบจากสถาบันชั้นนำอย่าง Dermscan และ Spincontrol
ปัจจุบัน THANN ไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แต่ยังขยายไปสู่ THANN Wellness Destination จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมอบประสบการณ์สุขภาพแบบครบวงจร (All-inclusive) รวมถึงการได้รับความไว้วางใจจากเครือโรงแรมชั้นนำกว่า 200 แห่ง และสายการบินระดับโลกมากมายที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์

LINE_ALBUM_WHB รุ่นที่ 6 วันที่ 27 ก.พ.2569_260316_60
LINE_ALBUM_WHB รุ่นที่ 6 วันที่ 27 ก.พ.2569_260316_63

      เวลา 17.00 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ได้รับเกียรติจาก คุณกรด โรจนเสถียร ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท มาบรรยายหัวข้อ “Riding the Wave of the Global Wellness Tourism: CHIVA-SOM International Health Resort” ท่านได้กล่าวว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพองค์รวมของผู้คนทั่วโลก จากข้อมูลล่าสุดในปี 2026 พบว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1,383.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2029 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.1% ปัจจุบันนิยามของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่ใช่เพียงแค่การพักผ่อน แต่คือการแสวงหาโอกาสในการยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีในทุกมิติ โดยมีเทรนด์สำคัญที่น่าจับตามองดังนี้
(1) วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ (Science-Based Wellness): การเปลี่ยนผ่านจากเทรนด์สุขภาพทั่วไปสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ที่ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลตามพันธุกรรม รวมถึงการนำ Epigenetic Testing มาใช้เพื่อวิเคราะห์อายุทางชีวภาพและวางแผนการดูแลสุขภาพในระดับเซลล์
(2) สุขภาวะทางสังคมและความสัมพันธ์ (Social Wellness): การให้ความสำคัญกับพลังแห่งความสัมพันธ์เพื่อการมีอายุยืน (Longevity) เช่น แนวคิด “Moai” จากโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นการรวมตัวกันเพื่อสนับสนุนกันทางอารมณ์และจิตวิญญาณ ซึ่งในไทยเองก็มีเทรนด์อย่าง Running Clubs ในกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัดเจน
(3) สายใยธรรมชาติและสุนทรียศาสตร์ (Environmental Connection): การใช้ธรรมชาติบำบัดร่วมกับหลัก Neuroaesthetics เพื่อทำความเข้าใจว่าความงามและรูปแบบทางธรรมชาติช่วยปรับสมดุลสมองให้เกิดความสงบได้อย่างไร
(4) ความจริงแท้และรากเหง้าทางวัฒนธรรม (Cultural & Authenticity): การนำประเพณีดั้งเดิมมาตอบโจทย์ความต้องการใหม่ของนักท่องเที่ยว (Deep Traditions, New Demand) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ผู้มาเยือนกลายเป็นทูตทางวัฒนธรรมและสุขภาพของไทย
(5) สุขภาพแบบฟื้นฟูโลก (Regenerative Wellness): แนวคิดที่ว่าสุขภาพส่วนบุคคลและสุขภาพของโลกแยกออกจากกันไม่ได้ ความสำเร็จของการท่องเที่ยวจะต้องส่งผลบวกต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเสมอนอกเหนือจากเทรนด์หลักข้างต้นแล้ว ท่านวิทยากรยังเน้นย้ำถึงนวัตกรรมการดูแลสุขภาพในมิติต่างๆ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการนอน (Sleep Enhancement) การใช้ข้อมูลทางคลินิกร่วมกับสภาพแวดล้อมที่ปรับเปลี่ยนเฉพาะบุคคล เพื่อเปลี่ยนการพักผ่อนให้เป็นการบำบัดในระดับลึก และการบำบัดด้วยเสียง (Sound Healing) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯสำหรับแนวทางการให้บริการในระดับสากลอย่าง Chiva-Som (ชีวศรม) ได้ยึดหลักการสร้างเส้นทางสุขภาพที่เฉพาะตัว (Tailored Journey) โดยใช้ความเชี่ยวชาญจาก 6 เสาหลัก ได้แก่ (1) โภชนาการ, (2) สุขภาพแบบองค์รวม, (3) สปา, (4) ฟิตเนส, (5) กายภาพบำบัด และ (6) ความงาม ภายใต้แนวคิด Local, Curated, Discovery, Silence, Space, Time และ Evolution เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าจากอดีตเข้ากับความล้ำสมัยของอนาคต

LINE_ALBUM_WHB รุ่นที่ 6 วันที่ 27 ก.พ.2569_260316_94