การเรียนหลักสูตร
Wellness & Healthcare Business Opportunity Program for Executives (WHB) รุ่นที่ 5
วันที่ 21 มี.ค.2568
ณ ห้องมณฑาทิพย์ 1 ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ในวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 13.30 น. หลักสูตร Wellness & Healthcare Business Opportunity Program for Executives (WHB) รุ่นที่ 5 ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน คณะถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาบรรยายหัวข้อ “Universal Design for Senior Residence” ท่านได้กล่าวว่าการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design for Senior Residence) เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นให้เป็นการออกแบบที่สามารถรองรับการใช้งานของทุกคน โดยมีหลักการสำคัญ ได้แก่ (1) การใช้งานได้อย่างเท่าเทียม (Equitable Use) (2) การออกแบบที่ยืดหยุ่น (Flexible Use) (3) การใช้แรงน้อย (Low Physical Effort) เพื่อให้การดำรงชีวิตสะดวกสบายขึ้น การออกแบบที่พักอาศัยของผู้สูงอายุมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อมีอายุมากขึ้นร่างกายจะเสื่อมถอย ทำให้ต้องมีการออกแบบบ้านให้ปลอดภัยและเหมาะสม เช่น การติดตั้งราวจับในห้องน้ำ, การใช้พื้นกันลื่น และการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานง่าย และท่านได้กล่าวว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงวัยส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ 8 ธุรกิจหลัก ได้แก่ (1) เวชภัณฑ์และการดูแลสุขภาพ (2) ระบบการเงิน (3) อาหารเพื่อสุขภาพ (4) การท่องเที่ยว (5) ที่พักอาศัย (6) อุปกรณ์ช่วยเหลือ (7) เฟอร์นิเจอร์ (8) บริการดูแลผู้สูงวัย อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เช่น ชุมชนเกษียณอายุ (Retirement Community) ศูนย์ดูแลผู้สูงวัย และบ้านพักสำหรับผู้ป่วยสมองเสื่อม โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธันย์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และรองประธานกรรมการบริหารหลักสูตร WHB รุ่นที่ 5 ได้มอบของขวัญให้กับท่านวิทยากร รองศาสตราจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ณ ห้องมณฑาทิพย์ 1 ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ



เวลา 15.30 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 5 ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหัวหน้าคณะที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) มาบรรยายหัวข้อ “อาคารลดการป่วย (NCD-less Building Design” ท่านได้กล่าวถึง แนวทางการออกแบบอาคารเพื่อสุขภาพ ได้แก่ (1) การปรับปรุงคุณภาพอากาศ โดยใช้ระบบระบายอากาศที่ช่วยลดฝุ่น PM2.5 และก๊าซพิษ, การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2) การเลือกวัสดุปลอดภัยเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล เช่น พรมจากขวดพลาสติก PET และหลีกเลี่ยงสารพิษ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ และ สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด (3) การออกแบบพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการปลูกต้นไม้ในอาคาร เช่น Vertical Greenery และ Green Roof การสร้างระบบฟื้นฟูคุณภาพอากาศด้วยพืชพรรณ (Bio-filter) (4) การลดมลพิษทางเสียงและแสงด้วยการใช้ผนังสองชั้นเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก การออกแบบแสงภายในให้เหมาะสมกับนาฬิกาชีวิต และลดผลกระทบจากแสงสีฟ้าในเวลากลางคืน (5) การพัฒนาพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาพ ออกแบบพื้นที่ออกกำลังกาย เช่น Canopy Walk การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ระบบน้ำสะอาดที่ดื่มได้จากก๊อก อนาคตของการออกแบบอาคารที่ยั่งยืนด้วยแนวคิดอาคารลดความป่วยจะช่วยลดอัตราการเกิดโรค NCDs และส่งเสริมสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนในอนาคต ในโอกาสนี้ ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง ผู้อำนวยการหลักสูตรฯ ได้มอบของขวัญให้กับท่านวิทยากร รองศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ อินทรชูโต ณ ห้องมณฑาทิพย์ 1 ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ



เวลา 17.00 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 5 ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี กรรมการแพทย์สภา มาบรรยายหัวข้อ “มาตรการในการกำกับมาตรฐานการบริการทางการแพทย์ด้าน Regenerative Science” ท่านได้กล่าวว่า Regenerative Medicine หรือ เวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นสาขาหนึ่งของการแพทย์ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟู ซ่อมแซม หรือทดแทนเนื้อเยื่อและอวัยวะที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) เซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) เป็นเซลล์ที่มีศักยภาพในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ประเภทต่าง ๆ ของร่างกาย (2) การบำบัดด้วยยีน (Gene Therapy) การปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขยีนที่ผิดปกติ เพื่อรักษาโรคทางพันธุกรรมและโรคอื่นๆ (3) วัสดุชีวภาพ (Biomaterials) และวิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue Engineering) การใช้วัสดุที่สามารถกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ หรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เพื่อทดแทนอวัยวะที่เสียหาย (4) การบำบัดทางภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy) โดยใช้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการช่วยรักษาโรค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูความสามารถของอวัยวะและเนื้อเยื่อที่เสียหาย, ลดความจำเป็นในการใช้การรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการปลูกถ่ายอวัยวะ ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีดั้งเดิม ท่านได้กล่าวต่ออีกว่าแพทยสภาได้กำหนดมาตรฐานและข้อบังคับเกี่ยวกับการให้บริการด้านนี้ โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ (1) ต้องผ่านการศึกษาวิจัยในระดับสูง เช่น การวิจัยระยะที่ 3 และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ (2) ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันระดับชาติ และราชวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง (3) สถานพยาบาลและแพทย์ต้องได้รับอนุญาต และมีข้อบังคับทางจริยธรรม ดังนี้ (1) ห้ามโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด (2) ห้ามเรียกรับค่าบริการจากผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการวิจัย (3) ห้ามแพทย์จูงใจหรือชักชวนผู้ป่วยให้เข้ารับการรักษาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธันย์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และรองประธานกรรมการบริหารหลักสูตร WHB รุ่นที่ 5 ได้มอบของขวัญให้กับท่านวิทยากร ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี ณ ห้องมณฑาทิพย์ 1 ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ


