ข่าวประชาสัมพันธ์ WHB

                ณ ห้องคามิเลีย บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ถนนราชดำริ ในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2568 เวลา 13.30 น. หลักสูตร Wellness & Healthcare Business Opportunity Program for Executives : Wellness and Longevity Ventures (WHB) รุ่น 6 ได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงลลิตา กองสีหา ผู้ช่วยประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต มาบรรยายหัวข้อ “Winning Strategies through Value Creation for a Premium Healthcare and Wellness Destination” ท่านได้กล่าวว่า BDMS กำลังผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์แบบเดิม (Medical Tourism) สู่โมเดล 3.0 ที่เน้นความยั่งยืนของการมีสุขภาพดี

  • ยุค 1.0 (Cost Arbitrage) เน้นความคุ้มค่าด้านราคาและการรักษาเป็นรายครั้ง
  • ยุค 2.0 (Quality Assurance) เน้นมาตรฐานคุณภาพและความรวดเร็ว
  • ยุค 3.0 (Integrated Longevity) มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตลอดชีวิต (Continuum of Care) โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับสูง (HNWI) และผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพทางร่างกายและจิตใจ

               จังหวัดภูเก็ตถูกวางตำแหน่งให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากมีความลงตัวระหว่าง “ความปลอดภัยทางการแพทย์ระดับตติยภูมิ” และ “การพักผ่อนระดับเวิลด์คลาส” เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างสิงคโปร์ (เน้นความซับซ้อนทางการแพทย์แต่พื้นที่พักผ่อนจำกัด) หรือบาหลี (เน้นการพักผ่อนแต่การแพทย์ที่ยังไม่ซับซ้อนเท่าที่ควร) จังหวัดภูเก็ตจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ครองความได้เปรียบในภูมิภาค กลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มของ BDMS ในจังหวัดภูเก็ตประกอบด้วย (1) Clinical Excellence (The Safety Net) การมีศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Centers of Excellence) ด้านหัวใจ มะเร็ง และอุบัติเหตุ พร้อมมาตรฐาน JCI เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยระยะยาว (2) Wellness Integration การนำเทคโนโลยีการตรวจวัดระดับยีนและเมตาบอลิซึมมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมสุขภาพเฉพาะบุคคล (3) Premium Experience: การเปลี่ยนสถานะจากคนไข้ สู่แขกผู้มาเยือน ด้วยมาตรฐานบริการระดับโรงแรม 5 ดาว (4) Brand Trust ใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่าย BDMS ที่มีโรงพยาบาลกว่า 60 แห่ง และแพทย์กว่า 15,000 ท่าน เป็นฐานในการสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล

          เป้าหมายสำคัญของ BDMS คือ การเปลี่ยนรายได้จากการมาใช้บริการครั้งเดียว เป็นโมเดลสมาชิกรายปีผ่านโปรแกรม Live Well โดยมีเป้าหมายภายในปี 2028 คาดว่ารายได้กว่า 60% จะมาจากบริการทางการแพทย์ที่ซับซ้อนและโปรแกรมยืดอายุขัย (Longevity) ขยายระยะเวลาการพำนักของผู้รับบริการจากรายวันเป็นรายเดือน (1-3 เดือน) โดยเน้นกลุ่มวัยเกษียณที่มีกำลังซื้อสูง (Silver Economy), ผู้บริหารระดับสูง และกลุ่ม Digital Nomads

DSCF2600
DSCF2613

                  เวลา 15.30 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ได้จัดให้มีการเสวนาวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ในหัวข้อ “Redefining Foods for Longevity : Innovation, Functionality & Future Trends” โดยได้รับเกียรติจาก คุณสันติ อาภากาศ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไบโอ บัดดี้ จำกัด และ บริษัท เทสท์บัด จำกัด ร่วมกับ คุณจันทิมา ติยะวัชรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามพรานฟู้ดส์ จำกัด และผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพ HappyMate โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง ผู้อำนวยการหลักสูตรฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ทั้งนี้ คุณสันติ อาภากาศ ได้กล่าวว่าโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) และภาระจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่สูงขึ้น นวัตกรรมอาหารไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความอิ่มท้องหรือรสชาติ แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของการมีอายุยืนยาว (Longevity) ปัจจุบันระบบอาหารแบบเดิมเน้นการผลิตเชิงปริมาณ (Scale) แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความยั่งยืนของสุขภาพ (Longevity) โดยมีปัจจัยกระตุ้นสำคัญ 3 ประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน (The Triple Collision) ได้แก่ (1) การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัย โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ประชากร 1 ใน 6 คนทั่วโลกจะมีอายุมากกว่า 60 ปี (2) ภาระโรค NCDs เป็นสาเหตุของความตายถึง 74% ทั่วโลก (3) เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) คาดว่าจะเติบโตจาก 6.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 สู่ 9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028

                   อาหารกำลังถูกนิยามใหม่จากเกษตรกรรม สู่ชีววิทยาและนโยบาย โดยมีลำดับขั้นของการพัฒนา 5 ระดับ คือ (1) Fuel การให้พลังงาน (Calories) (2) Nutrition สมดุลสารอาหาร (3) Function การส่งเสริมสุขภาพ เช่น ระบบลำไส้และภูมิคุ้มกัน (4) Precision โภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) และ (5) Regenerative อาหารที่เชื่อมโยงและฟื้นฟูระบบสุขภาพ (Regenerative Longevity)

                   ผู้บริโภคในเอเชียให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีแนวโน้มหลัก (Trends) ดังนี้ (1) Precision Wellness การปรับแต่งโภชนาการให้เหมาะสมกับช่วงวัย เพศ และเงื่อนไขสุขภาพเฉพาะบุคคล (2) Gut Health ความเข้าใจเรื่องจุลินทรีย์ในลำไส้ (Microbiome) ที่ส่งผลต่อสมองและสุขภาพโดยรวม (3) Cognitive Function ความต้องการอาหารที่ช่วยเรื่องการจัดการความเครียดและการทำงานของสมอง (Brain Health) สำหรับประเทศไทย อาหารแห่งอนาคต (Future Food) มีมูลค่าการส่งออกเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ถึง 15% โดยในปี 2025 คาดการณ์มูลค่าส่งออกที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ (91%) เป็นกลุ่มอาหารฟังก์ชันและสารประกอบเชิงฟังก์ชัน

                   คุณจันทิมา ติยะวัชรพงศ์ ได้กล่าวว่า Happy Mate ดำเนินธุรกิจภายใต้คอนเซปต์ “สุขภาพไม่ใช่กระแส แต่คือความรับผิดชอบต่อตัวเอง” โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์ของการดูแลสุขภาพ 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การฟื้นฟู (Recover) โดยเน้นการดูแลสมดุลจากภายในด้วยภูมิปัญญาธรรมชาติ เช่น Apple Cider Vinegar แบบ Raw-Unfiltered Organic ที่ยังคงเป็น Mother of Vinegar ไว้เพื่อคุณค่าสูงสุด (2) การเติมพลัง (Nourish) ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดจากพืช (Clean Plant-Based Energy) ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่มเทมเป้ (Tempeh), ครีมถั่วหลากหลายชนิด (เนยถั่วแมคคาเดเนีย, อัลมอนด์, พิสตาชิโอ), และซีเรียลธัญพืช ซึ่งเน้นความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน (3) ความยั่งยืน (Sustain) การส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจผ่านสินค้าใน Pantry สายคลีน เช่น น้ำมันมะกอกอินทรีย์ น้ำมันมะพร้าว และสแน็คสุขภาพ เพื่อเปลี่ยนนิสัยเล็กๆ ให้เป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

                   ผลิตภัณฑ์ของ Happy Mate มุ่งเน้นการเป็น Whole Food และ Plant-Based โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่า เช่น เนยถั่วแมคคาเดเนียที่ไม่มีคอเลสเตอรอลและมีไฟเบอร์สูงกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากลระดับสูง อาทิ USDA Organic, Halal, GMP, HACCP และ Certified Organic Bioagricert เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในระยะยาว

DSC01580
DSC01601
DSCF2855

          เวลา 17.30 น. หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 จัดให้มีการนำเสนอธุรกิจของผู้เรียน “WHB Business Connect ครั้งที่ 1” มีผู้เรียนหลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 นำเสนอธุรกิจ จำนวน 7 ท่าน ดังนี้ (1) คุณนิชาพัฒน์ พจน์ศิริสิน ผู้บริหาร บริษัท ไพรซ์ อินเตอร์แพค (1999) จำกัด (2) คุณไซหล้า ตามอง ประธานบริษัท Clinic Love STK Co., Ltd. (3) คุณรวมวดี เลขะกุล Co-founder and Chief Business Development Officer บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด (4) คุณฐิติรัตน์ ตางาม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอ็มดี สัปปายะ จำกัด ในเครือบริษัทเอสเอ็มดี ไรส์ จำกัด (มหาชน) (5) คุณสุรพงษ์ สาเรชพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (6) คุณฐิฏิกานต์ เครืออนุกูล Marketing Manager บริษัท วิสดอม เวลเนส เซ็นเตอร์ จำกัด  (7) คุณชนสิทธิ์ มงคลลาภกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเมดิคอลเอ็ดดูเคชั่นเซนเตอร์ จํากัด โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง เป็นผู้ดำเนินการนำเสนอ

DSCF2926
DSCF2935
DSCF2949

เวลา 19.00 น. คณะผู้เรียนหลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 เป็นเจ้าภาพจัดงาน “Growth & Gratitude to WHB5 Party” ณ ห้องยูเลเนีย ชั้น 9 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ถนนราชดำริ ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนชื่นมื่น รอยยิ้มของเหล่ากัลยาณมิตรที่มาร่วมงานต่างสะท้อนถึงความสุขที่เปี่ยมล้น ทุกตารางนิ้วอบอวลไปด้วยไมตรีจิตและความรักที่ส่งถึงกันอย่างอบอุ่น เป็นค่ำคืนที่ความประทับใจถูกถักทอผ่านบทสนทนาและเสียงหัวเราะ กลายเป็นภาพความทรงจำอันล้ำค่าที่ตราตรึงอยู่ในใจของผู้เรียน WHB รุ่นที่ 6 และรุ่นพี่ WHB รุ่นที่ 5